เที่ยวภูทับเบิก เยือนน้ำหนาว ดูดาวบนฟ้าไกล

กลับมาแล้วจากการท่องเที่ยวปีใหม่ ที่หนีไปเที่ยวก่อนที่ปีใหม่คนจะเยอะ ตกลงกับเพื่อนไว้ว่าจะไปเที่ยวป่าเขาลำเนาไพร เลยตกลงปลงใจไปกับเพชรบูรณ์ ขึ้นเขาทับเบิกไปชมทะเลหมอกตอนเช้า ๆ และลงมาเที่ยวน้ำหนาวในวันต่อ ๆ มา

เริ่มออกเดินทาง
ออกเดินทางจากหมอชิตไปกันสามคน โดยรถทัวร์ของเพชรประเสริฐทัวร์ จองตั๋วไป ภูเรือ แต่ลง หล่มสัก เวลา 3 ทุ่ม ครึ่ง ถึงนั่นตี 3 กว่า ๆ อากาศเย็นเหมือนกัน สักพักก็มีเจ้าของบ้านไร่ทอฝัน(รีสอร์ทที่จองไว้) รับไปส่งถึงที่พักประมาณตี 4 ก็อยู่ในห้องรับแขก เพราะไม่ได้จองคืนแรกไว้ 555 พอก้าวขาลงมาปั๊บก็ประทับใจแล้วล่ะ เพราะท้องฟ้ามีหมุ่ดาวมากมายเสียจริง ๆ มันช่างต่างจากกรุงเทพยิ่งนัก นอนดูดาวกับเพื่อนตรงริมระเบียงตากน้ำข้างอันหนาวเหน็บ อยู่จนเช้า เห็นดาวตกไป 3 ดวง(ดวงสุดท้ายโตมาก หยั่งกะระเบิด) นึกขึ้นได้ว่าจะถ่ายดาวหมุน เฮ้ย ลืมสายลั่นมา แป่ว !!! สักพักนอนนานไป ไม่ได้ใส่ไรคลุม เลยเป็นหวัดในเวลาไม่นาน พร้อมกับเช้าแล้ว เลยชมพระอาทิตย์ขึ้นสักหน่อย

sunrise

เริ่มเที่ยว
9 โมงครึ่ง กว่า ๆ ก็มีเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติที่อาสาพาเที่ยว มารับถึงที่ ชื่อว่าพี่เจ๊กและพี่หลอก มุ่งหน้าไปที่ภูทับเบิกเพื่อไปจองเต็นท์คืนนี้ที่จะนอนบนภูทับเบิก ทางขึ้นภูทับเบิกค่อนข้างคดเคี้ยวเลี้ยววนไปวนมาเสียจริง ๆ ในที่สุดก็ขึ้นไปถึงยอดทับเบิกซึ่งมีความสูงประมาณ 1.7 ก.ม. จากระดับน้ำทะเล เห็นแล้วหวาดเสียว สูงลิบลิ่วเลยแหล่ะ

ภูทับเบิก

จองเต็นท์ภูทับเบิก
ขึ้นไปถึงก็จับจองเต็นท์ทันทีทันใด เลือกเอาใกล้ ๆ กับหน้าผาเผื่อตื่นเช้า ๆ มาจะได้เห็นทะเลหมอกกับพระอาทิตยืยามเช้าได้ชัด ๆ ไม่ขัดหูขัดตา หลังจากนั้นก็ขึ้นรถเตรียมตัวไปภูหินร่องกล้าในเวลาต่อไป

ภูหินร่องกล้า
มีหลายที่มากที่อยากจะไป แต่เวลาไม่พอ เลยได้ไปแค่ลานหินแตก ระยะทางเดินเาประมาณ 450 เมตรเท่านั้น แต่ใช้เวลามากมาย 555 เพราะมัวแต่ถ่ายรูป หินที่แตกบางหินลึกมาก ถึงขั้นตกไปหายลับไปเลยก็เป็นได้ แม้แต่กระโดดข้ามก็อย่าคิดเสี่ยงเลยดีกว่า ถ้าพลาดก็ไม่เหลืออออ เลยต้องเดินข้ามสะพานที่ทางอุทยานได้ทำไว้ให้ (สะพานไม้บางไปป่ะ) จึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ดูไปดูมามันก็คล้าย ๆ หินปุ่มนะ เข้าไปฟังบรรยาย เขาว่ากันว่าเกิดจากการยกตัวของชั้นหินมานานหลายร้อยปีมาแล้ว และยังมีประวัติศาสตร์ของการสู้รบของกลุ่มคอมมิวนิสต์ในสมัยก่อนด้วย นี่เราเดินข้ามอะไรไปบ้างเนี่ย

lanhintak

เดินไปเรื่อย ๆ ก็ไปสุดอยู่ที่ผาลานหินแตก เป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ตก(ก็ได้มั้ง) แต่ลานตรงนี้ไม่ค่อยสวยเท่าไรมันรก ๆ แหะครับ ขอกลับจะเดินออก หลงซะงั้นเอ๊ะทำไมยิ่งเดินยิ่งหาทางออกไม่เจอ หินเริ่มรกขึ้นเรื่อย ๆ มันไม่ใช่ละ เห็นหินแตกใหญ่ ๆ ข้ามฝากจะกระโดดข้ามก็กลัวหล่น หลง !!! อยู่ประมาณ สิบห้านาทีได้ สักพักได้ยินเสียงคนเอะอะโวยวาย เพราะมีนักท่องเที่ยวมาดูกันจำนวนหนึ่ง จึงเดินตามเสียงไป เลยพบทางสว่าง มีสะพานข้ามกลับในเวลาต่อมา
ลานหินแตก ลึก
คำแนะนำ หลงป่า พี่เจ๊กไกด์บอกว่า ถ้าหลงป่าหรือหลงอะไรก็ตามให้อยู่กับที่อย่าไปไหนแล้วจะมีคนมาตามเองๆๆ

ภูทับเบิก
เที่ยวเสร็จจนเย็น ก็กลับมาภูทับเบิก กลับมาแล้วต้องตกใจ เฮ้ย ทำไมคนเยอะอย่างนี้ คนเพียบเลยครับ แถมเต็นท์รอบข้างมีแต่ขวดเหล้าวางไว้ กะจะเมาตกเขาเลยใช่ไหม พอเหลือบไปข้างหลังก็เห็นตะวันตกดินพอดี แต่เห็นแค่สีเพราะภูเขาบังทั้งลูกเลย สีช่างสวยใสจริง ๆ พอมืดหน่อยผมเริ่มป่วยแล้ว น้ำมูกไหล ไอจาม เยอะแยะไปหมด เลยต้องของีบนอนพัก ส่วนเพื่อนอีก 2 คน ก็ไปเช่าเตาปิ้งมาปิ้งไข่ กล้วย มัน สาหร่าย และอื่น ๆ อีกมากมายกันสนุกสนาน จนเพื่อนมานอนเมื่อไรก็ไม่รู้

ภูทับเบิก ตะวันตกดิน

คืนนั้นกลางดึก
อากาศค่อนข้างหนาวมาก น่าจะน้อยกว่า 12 องศาเลยทีเดียว นอนสั่นเลยล่ะ ลมกรรโชกตลอดคืน แถมมีละอองน้ำพัดมาด้วยตลอดเวลา เต็นท์สั่นลมพัดกระพือ ตลอดทั้งคืนกันเลย เราตื่นขึ้นมาด้วยเสียงโหวกเหวกโวยวายของบรรดาเต็นท์รอบข้าง ที่ตกใจบรรยากาศที่ไม่เคยเห็นหรือไงนะ ออกมาดูก็พบว่าเมฆหรือหมอกก็ไม่รู้ลอยต่ำมากและลอยผ่านบรรดาเต็นท์ที่เรานอน ๆ กันไปเลยทีเดียว จะว่าสวยก็สวย หนาวก็หนาว ออกมาดูได้ไม่ถึง 30 วินาที ก้ต้องกลับเข้าไปเพราะน้ำมูกน้ำตาไหลเต็มไปหมด จุดประสงค์หลักของคืนนี้คือจ้องมองดาวบนฟ้าก็ต้องแป๊กไปเพราะ ดันเปิดไฟซะสว่างโล่ง(ละกรูจะเห็นไหม) แนะนำว่าถ้าจะดูดาวให้ลงไปนอนเต็นท์ล่าง ๆ หรือห่างไกลความเจริญที่ไฟฟ้าไม่มี

รุ่งอรุณเบิกฟ้าที่ทับเบิก

phutubberg-sunrise
เราตื่นขึ้นมาด้วยเสียงโหวกเหวกโวยวายของบรรดาเต็นท์รอบข้างอีกครั้ง (อะไรของมันนักหนา แต่ก็ไม่ได้ซีเรียสอะไร ขำดี 555 )ตื่นมาดูหมอกค่อย ๆ ลอยมาจากทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ไล่เรียงกันมาตามภูเขา จนผ่านเข้ามาทางหน้าเต็นท์ที่นอน ที่เรายืนรอตะวันไข่แดงอยู่ตรงนี้ คนเยอะไปไหน แต่โชคดีที่ตรงที่นอน ไม่ค่อยมีคน จะไปอัดกันข้างบนยอดสุดตามที่คาดเดาไว้จริง ๆ ด้วย สักพักพระเอกของเราก็โผล่หน้ามาให้เราเห็น สักพัก ถ่ายรูปเสร็จเก็บของเสร็จก็จะกลับบ้านไร่ทอฝันเพื่ออาบน้ำอาบท่ายามเช้านี้ พร้อมเข้าที่พัก เป็นบ้านไม้ริมธาร ทีระเบียงชมวิว เก้าอี้เอนเอกเขนก ที่กลางวันก็น่านอนพักผ่อนดีจริง ๆ

ดอกไม้รับแสงยามเช้าบนภูทับเบิก

อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว
หลังเก็บของเสร็จก็ออกมาไกลสักพักก็ถึงอุทยานแห่งชาติน้ำหนาวในวันนี้ จะเดินศึกษาเส้นทางธรรมชาติ เลยเดินเข้าป่าที่มีเส้นทางไว้ให้แล้ว มีแต่กลุ่มเราแหะที่เดินเข้าไป พบพันธุ์ไม้นานาชนิด ที่บางต้นก็รู้จักแล้ว และอีกหลายต้นที่ไม่รู้จัก แต่ที่หวาดเสียว คือ รอยขี้ช้างป่า ไม่ได้กลัวเหม็นนะ กลัวเจอแล้วโดนไล่กระทืบเอา ช้างป่าเขาดุนะเธอ เดินอยู่จนเกือบเย็น กว่าจะออกมาได้ก็เหนื่อยกันเลย

ป่าน้ำหนาว

ตะวันตกดินที่ถ้ำผาหงส์
หลังจากเดินป่าก็ต้องมาชมพระอาทิตย์ตกดินใกล้ ๆ นั่งรถมาที่ถ้ำผาหงส์เผื่อชมตะวันตกดิน แต่ต้องเดินขึ้นอีก 269 ขั้นบรรไดกันเลยทีเดียว บรรยากาศที่นี่หาวิวยืนดูได้ยาก หน้าผาจะรก ๆ สักหน่อย แต่แสงสวยงามเหมือนกันแหะ นั่งดูนั่งถ่ายรูปอยุ่นานจนมืดกันเลยทีเดียว น่ากลัวอยู่เหมือนกัน

ตะวันตกดิน ถ้ำผาหงส์

ตะวันตกดิน ถ้ำผาหงส์

ตะวันตกดิน ถ้ำผาหงส์

กลับบ้านไร่ทอฝัน
กลับมาถึงบ้านไร่ทอฝันประมาณ ทุ่ม ครึ่ง ได้เวลาอาหารเย็น มือนี้ย่างบาร์บีคิวชิลล์กันไปนาน กันเลย แต่กินได้สักพักอาการหวัดเริ่มกำเริบ เลยเดินกลับที่พักประมาณ 4-5 ทุ่มแล้วล่ะ ที่พักกลางคืนนี่ช่างห่างไกลกับผู้คนเหลือเกิน ไม่มีเพื่อนบ้านเลยอ่ะ กลัวผีน่ะสิ บรรยากาศช่างต่างจากกลางวันเหลือเกิน น้ำมูกน้ำตาไหลแล้ว สักพักก็ง่วงน่ะสิครับ หลับง่ายอะไรเช่นนี้

ท้องฟ้ามีหมู่ดาว

ดูดาว
ผ่านมาถึง ตี 3 ยามเช้า อยู่ ๆ ก็ปวดท้องขรี้ซะอย่างนั้น ถือว่าโชคดีที่ปวดขรี้ เพราะเวลานี้คือเวลาที่รอคอย ออกไปดูตรงระเบียง เฮ้ย !!! ดาวเยอะมาก นี่มันเวลาแห่งการมองดูดาว เลยปลุกเพื่อน ๆ ที่นอนกันอย่างสบาย มาดูดาวเป็นเพื่อน จะดูคนเดียวก็น่ากลัวเสียนี่กระไร มองเอียง ๆ ว่าเยอะแล้ว มองข้างบนหัวนี่เยอะสุด ๆ มองกันเพลินเลยทีเดียว แต่ก็ไม่ค่อยรู้หรอกว่ามีดาวอะไรมั่ง คราวหน้าคราวหลังต้องพกกล้องดูดาวไปซะแล้วมั้ง ดาวตกก็เยอะ นั่งดูนั่งถ่ายรูปกันเพลิน อากาศช่างหนาวเหน็บ แต่ไม่หนาวเท่าภูทับเบิกนะ ตี 5 กว่าแล้ว เลยเข้าไปนอนต่อ

ดาว

ถ้ำใหญ่น้ำหนาว
ผ่านมาบ่าย ตอนเช้าตื่นสาย ตื่นมา 8 ครึ่งได้ กินข้งกินข้าวอาบน้ำเสร็จ นั่งสบายอารมณ์จนถึง 11 โมง ก็ไปเตรียมข้าวของเพื่อไปชมถ้ำใหญ่น้ำหนาว ที่ไกลโคตร ๆ ถึงก็เกือบ 3 โมงแล้วคุณ ถ้ำใหญ่น้ำหนาวช่างลึกลับมาก ว่ากันว่าถ้ำนี้ยังไม่เคยมีใครลงไปลึกที่สุดมาก่อนเลย

ถ้ำใหญ่น้ำหนาว

เขาว่ามีตำนานเกี่ยวกับพญานาคแต่เราจำไม่ได้ เลยเดินเข้าถ้ำไปพร้อมกับเจ้าหน้าที่ ถ้ำสวยมากแต่ก็ไม่ถึงกับที่สุด ที่ชอบจะเป็นเหล่าบรรดาแบทแมนน้อยใหญ่อยู่กันในถ้ำเป็นหลายร้อย หลายพันตัวเลยล่ะมั้ง เข้าไปสุดแล้ว เห็นรูเล็ก ๆ ที่จะไปต่อ เจ้าหน้าที่บอกว่าไปได้แต่จะไม่มีไฟแล้ว และจะเริ่มลำบากมากขึ้น กลัวจะมืดเลยรีบออกกลับไปเพียงเท่านี้ ใจจริงอยากจะเดินเข้าไปต่อนะ น่าตื่นเต้นดี

ถ้ำใหญ่น้ำหนาว

ถ้ำใหญ่น้ำหนาว

กลับบ้านไร่ทอฝัน
คืนนนี้กลับมาปิ้งอะไรกินเล่น ๆ พร้อมกับอาหารอีกสองสามอย่าง แล้วก็เข้าไปนอน กะจะนั่งเล่นไพ่สักหน่อยแต่ก็แพ้ความง่วง + ป่วย หลับไปซะก่อน คืนนี้เลยตั้งใจจะตื่นมาดูดาวอีกรอบ แต่พอตื่นมาตี 3 ปรากฎว่าฝนตก ว้าเซ็งเลย เลยนอนต่อถึงเช้า ๆ ประมาณ 6 โมง ตื่นไปเดินเป็นเด็กหลังเขา (ไม่ใช่นาธานนะ) จะไปดูน้ำตกที่เราได้ยินเสียงสักหน่อย เลยเดินอ้อมโลกไป ก็สวยอยู่นะ แต่มันแห้ง ๆ แล้วล่ะ แต่ถ้าหน้าหนาวน้ำตกคงเยอะนะ

น้ำตกบ้านไร่ทอฝัน

กลับบ้านเรารักรออยู่
สาย ๆ หน่อย เลยได้เวลาร่ำลาจากที่พักแล้ว มุ่งตรงไปยังท่ารถที่อำเภอหล่มสัก เพื่อขึ้นรถทัวร์ เวลา 10.30 น. ตรงไปยังกรุงเทพมหานคร ก็ถึงบ้านโดยปลอดภัยเวลาเกือบ 18.00 น. โดย วันนี้มีความประทับใจพกใส่กระเป๋าเดินทางกลับไปด้วยตลอดเวลา

ขอขอบคุณ
ประสปการณ์อันเหนื่อยยากทั้งหมดที่บรรยายผ่านตัวหนังสือเหล่านี้
เพื่อนเค เพื่อนนิ เพื่อนร่วมเดินทาง เพื่อนร่วมประสปการณ์สิ่งดี ๆ
คุณลุงบัณฑิต เจ้าของ บ้านไร่ทอฝัน ที่บริการอย่างดี
พี่เจ๊ก และพี่หลอก เจ้าหน้าที่นำเที่ยวในจุดต่าง ๆ

Tags: , , , , , , , , , ,

8 Responses to “เที่ยวภูทับเบิก เยือนน้ำหนาว ดูดาวบนฟ้าไกล”

  1. fayfay พูดว่า:

    น่าอิจฉาคนได้เที่ยว สวยจิงๆด้วยแหละ บรรยากาศดีๆ กับคนรู้ใจ อืมมม ทำงานมาทั้งปี ได้อยู่กับธรรมชาติแบบนี้แค่สองสามวันเต็มๆก็คุ้มเนาะ

  2. เก่ง พูดว่า:

    อยากไปอีก พักผ่อน ๆ แต่ไปที่อื่นนะ ที่นี่เคยไปแล้วไม่ไป ๆๆ

  3. dahisa พูดว่า:

    โอ้ว ธรรมชาติเจ้าเอ๋ยยยยยย

    อยากเห็นดาวเยอะๆบ้างพี่เก่ง ชอบๆ

    สวัสดีปีใหม่นะคะคุณพี่

  4. นายหนุ่ม พูดว่า:

    ปีใหม่ปีที่แล้วผมก็ไปที่ภูทับเบิกมาเหมือนกัน

    คุ้มมากทีได้ไป อากาศดี ดาวเต็มฟ้า ทะเลหมอก
    แต่ไม่ได้ไปหลายๆ ที่เหมือนคุณเลยครับ

    เน้นไปพักผ่อน ขับรถอยู่ใกล้ๆ ที่พัก
    ซื้ออะไรมานั่งกิน นั่งคุยเป็นหลัก

    ใครไม่เคยไป แนะนำครับ
    ไม่ไกลกรุงเทพฯ มากนัก
    ไม่ผิดหวังครับ

    สวัสดีปีใหม่เจ้าของบล็อกด้วยครับ

  5. เก่ง พูดว่า:

    น้องแนตตี้ อยากเห็นเยอะ ๆ ต้องลองไปดูนะน้องแนตๆๆๆๆ
    คุณนายหนุ่ม ผมนี่เน้นเที่ยวซะมากกว่า เหนื่อยมากครับ คราวหลังจะชิลลฺพัก ๆ นอนกับบังกะโลบ้างดีกว่า ผมอยากจะนอนคุยกับเพื่อนทั้งวันสักวันจังครับบ

  6. ฮิ๊ พูดว่า:

    สวยมากเลย

    เคยไปแล้ว

    ภูหินร่องนิติพันธ์ อ่ะ

    แหะๆๆ ^^

  7. ปิยธิดา พูดว่า:

    สวัสดีค่ะ :cry: :D :P

  8. Dnan พูดว่า:

    อยากไปด้วยยยย อ่านแล้วรู้สึกเหมือนได้ไปกะเค้ามั่ง

    ชอบภาพที่4 มากเลยครับ สวยม๊ากๆ

    ยามพระอาทิตย์ใกล้ตกดิน เหนแล้วว รู้สึกได้หลายอารมณ์ แหะๆ *-*

Leave a Reply

Please leave these two fields as-is:
:-) :( :(( :? 8) :D :P :oops: :cry: :wink: :love: X( :x